แชร์เนื้อหานี้

คุณเป็นพ่อแม่ที่ดื่มเหล้าเบียร์อยู่หรือเปล่า ถ้าวันหนึ่งลูกของคุณมาขอร้องให้เลิกดื่มด้วยเหตุผลว่า ไม่อยากให้ตับของคุณเป็นสีดำ คุณจะทำอย่างไร…

เชื่อว่าหลายคนน่าจะรู้จักและเคยได้ยินชื่อโครงการรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา ที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ดำเนินงานร่วมกับสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 19 แล้ว เพื่อเชิญชวนให้คนไทยใช้ประเพณีทางศาสนานี้เป็นช่วงเวลาแห่งการเริ่มต้นลด ละ เลิกจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด

ในปี 2565 สสส. มุ่งเน้นไปยังกลุ่มเป้าหมายที่เป็นพ่อแม่ ด้วยแคมเปญที่ชื่อว่า “ซูเปอร์แม่พ่อ พอแล้วเหล้าเบียร์” เพื่อปลุกพลังความเป็นฮีโร่ในตัวพ่อแม่ให้เป็นต้นแบบที่ดีแก่ลูก ในขณะที่ลูกก็เป็นกำลังใจสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้พ่อแม่เปลี่ยนแปลงตัวเอง จนสามารถเลิกดื่มเหล้าเบียร์ได้สำเร็จ

มนุษย์ต่างวัย ชวนอ่านเรื่องราวของ คุณบอย – สิทธิศักดิ์​ คชเสนา ซูเปอร์พ่อวัย 35 ปี ที่ตัดสินใจเลิกดื่มเหล้าเบียร์ในช่วงเข้าพรรษาที่ผ่านมาตามคำขอร้องของ น้องไม้ – ด.ช.ศุภโชค สดุดี ลูกชายวัย 7 ขวบเพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับพ่อแม่อีกหลายคนที่ยังลังเลหรือเลิกดื่มเหล้าเบียร์ ได้ไม่เด็ดขาด

ย้อนกลับไปสมัยที่คุณบอยยังวัยรุ่น เขาเริ่มเข้าสู่วงการนักดื่มตัวยงตอนอายุราวๆ 18-19 ปี แม้จะเป็นนักศึกษาคณะพยาบาลที่เรียนด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพโดยตรง แต่ด้วยช่วงวัยแห่งการอยากรู้ อยากลอง อีกทั้งมีกลุ่มเพื่อนฝูงเป็นเด็กหลังห้องสายกินดื่มเที่ยวสุดเหวี่ยง ชวนกันกินเหล้าเมาแทบทุกวัน คุณบอยเป็นคนหนึ่งที่ไม่อยากทำตัวแปลกแยกไปจากคนอื่นและต้องการใช้ชีวิตวัยรุ่นอย่างเต็มที่ จึงทำให้เขามองข้ามพิษภัยของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไปจนหมดสิ้น

หลังเรียนจบคุณบอยทำงานเป็นบุรุษพยาบาลที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง แต่ยังคงดื่มสังสรรค์ กับเพื่อนฝูงหนักเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือเคยดื่มเหล้าในงานเลี้ยงปีใหม่จนทรมานเกือบตาย!

“ช่วงวัยรุ่นดื่มเยอะ เมื่อก่อนก็จะดื่มเหล้าเพียวๆ เลย เคยดื่มหนักที่สุดในชีวิตก็เกือบตายครับ วันนั้นเป็นงานเลี้ยงปีใหม่ก็ไปดื่มเหล้ากับเพื่อนแล้วดื่มเยอะเกินไป จนมีอาการแน่นหน้าอก รู้สึกเหมือนถูกช้างเหยียบ แล้วก็อ้วกตลอดไม่หยุด ทรมานมาก โชคดีที่พักแล้วหายเอง ไม่ต้องนอน โรงพยาบาล”

หลังจากเหตุการณ์เฉียดตายครั้งนั้น ประกอบกับชีวิตการทำงานเป็นบุรุษพยาบาลที่มีโอกาส ได้เห็นผู้ป่วยโรคตับและพิษสุราเรื้อรังบ่อยครั้ง ทำให้คุณบอยเริ่มกำหนดลิมิตการดื่มเหล้าของตัวเอง ไม่ให้มากเกินไปในแต่ละครั้ง แต่ยังไม่คิดจะเลิกดื่ม

จนกระทั่งคุณบอยได้พบรักกับคุณอมรรัตน์ สดุดี ภรรยาคู่ชีวิตที่ทำงานเป็นประชาสัมพันธ์ อยู่ที่โรงพยาบาลเดียวกัน และเป็นผู้หญิงที่ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เลย พอตัดสินใจที่จะแต่งงานเริ่มต้น สร้างครอบครัวและมีลูกด้วยกัน คุณบอยจึงตัดสินใจเลิกดื่มเหล้า แต่ยังขอดื่มเบียร์ต่อไป

“พอมีครอบครัวก็เลิกกินเหล้าแล้ว แต่ยังกินเบียร์ทุกวัน วันนึงก็ 2-3 ขวด เสียค่าเบียร์เดือนๆ นึงน่าจะไม่ต่ำกว่า 3,000 บาท เวลาดื่มก็คือนั่งดื่มที่บ้าน ไม่ได้ออกไปนั่งสังสรรค์ตั้งวงกับเพื่อนฝูงแล้ว สาเหตุที่ยังกินเบียร์อยู่ เพราะเราทำงานมาเหนื่อยๆ ทั้งวัน พอกลับถึงบ้านก็อยากหาอะไรดื่มเย็นๆ ให้ชื่นใจ ผ่อนคลายจะได้นอนหลับไปเลย” 

 แม้ว่าในใจลึกๆ คุณอมรรัตน์จะอยากให้สามีเลิกดื่มเหล้าเบียร์ทุกอย่าง แต่ก็ไม่เคยบังคับ หากเขาไม่สมัครใจ เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาคุณบอยไม่เคยดื่มหนักจนเมาไม่กลับบ้านหรือ เสียการเสียงาน รวมทั้งไม่เคยก่อเหตุทะเลาะวิวาทหรือทำร้ายร่างกายคนในครอบครัว เหมือนคนเมา บางคนที่เธอเคยพบเห็น เพราะคุณบอยยังขยันทำงาน รักษาคำมั่นสัญญาที่เคยให้กับเธอไว้ก่อนแต่งงาน คอยดูแลภรรยาและลูกอย่างสม่ำเสมอ ไม่ขาดตกบกพร่อง

“เราตัดสินใจใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน เพราะพ่อเขาบอกว่าจะดูแลแม่ เป็นผู้ชายที่รักษาสัญญา ส่วนใหญ่เขาจะแสดงความรักด้วยการกระทำมากกว่าคำพูด เขาเป็นคนวางแผนอนาคต เป็นคนที่ขยันไม่หยุดนิ่ง คิดจะทำโน่นทำนี่ตลอด

“แม่ไม่ดื่มเหล้า แต่ก็ไม่ได้รังเกียจคนที่ดื่มเหล้า ถ้ายังอยู่ในขอบเขตของการสังสรรค์ธรรมดา ไม่ได้ดื่มเยอะเกินจนตื่นเช้ามาแล้วทำงานไม่ไหว เมาไม่กลับบ้าน แต่ว่าพ่อก็ไม่เคยถึงขนาดนั้น เราเคยเห็นบางครอบครัวที่พ่อเมาแล้วก็ทะเลาะกัน ลูกเต้าก็กลัว ตบเมียตีลูก เราก็ไม่อยากให้ลูกเห็นภาพแบบนั้น ก็จะบอกพ่อประจำว่าถ้าเกิดเมาขนาดนั้นไม่ได้นะ แต่หลังจากมีลูกเขาก็เริ่มลดการดื่มน้อยลง”

 จากจุดเริ่มต้นที่คุณบอย ‘ลด’ ลิมิตในการดื่มเหล้าให้น้อยลงหลังผ่านประสบการณ์เมาเฉียดตาย มาจนถึงการ ‘ละ’ จากการดื่มเหล้าเหลือแค่ดื่มเบียร์หลังจากเริ่มมีลูกมีครอบครัว และในที่สุด ช่วงเข้าพรรษาปีนี้คุณบอยก็สามารถ ‘เลิก’ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดได้สำเร็จ โดยมีแรงบันดาลใจสำคัญจากจดหมายที่น้องไม้ ลูกชายคนที่สองของเขานำมามอบให้หลังกลับ จากโรงเรียนในเย็นวันหนึ่ง หน้าซองจดหมายสีชมพูเขียนว่า งดเหล้าเข้าพรรษากันเถอะ แต่ทีเด็ดอยู่ที่ข้อความของจดหมายในซองซึ่งเขียนด้วยลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด ใจความว่า

ถึง คุณพ่อที่หนูรัก

วันนี้หนูได้ทำการทดลองเกี่ยวกับตับไก่ที่แช่ในเครื่องดื่ม

อยากให้คุณพ่อเลิกเหล้านะครับ

หนูรักพ่อ

จากไม้

 ที่มาของจดหมายฉบับนี้มาจากกิจกรรมพี่สอนน้องฯ ในโครงการโพธิสัตว์น้อย ลูกขอพ่อแม่เลิกเหล้า ซึ่งเป็นโครงการที่ สสส. ได้ร่วมกับโรงเรียนในสังกัดสำนักงาน คณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยโรงเรียนอนุบาลวัดพิชัยสงคราม จังหวัดสมุทรปราการ ที่น้องไม้เรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/5 ได้เข้าร่วมโครงการนี้ด้วย

ในวันนั้นคุณครูได้ทำการทดลองเอาตับไก่มาแช่ลงในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แล้วให้เด็กนักเรียน สังเกตความเปลี่ยนแปลงของตับไก่ที่จะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีดำ เพื่อแสดงให้เห็นถึงพิษภัยของ

การดื่มเหล้า เบียร์ จากนั้นจึงให้เด็กๆ เขียนจดหมายชักชวนให้พ่อแม่งดเหล้าเข้าพรรษา เพราะเชื่อว่า ความในใจของลูกจะเป็นกำลังใจชั้นดีที่ช่วยให้พ่อแม่สามารถลด ละ เลิกการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อลูกและครอบครัวได้สำเร็จ

ซึ่งจดหมายของน้องไม้ก็ทำหน้าที่นั้นได้อย่างสมบูรณ์ เพราะหลังจากที่คุณบอยได้รับจดหมาย และคำขอร้องจากลูกให้พ่อเลิกดื่มเหล้าเบียร์ เขาก็ตัดสินใจที่จะเลิกดื่มทันที โดยไม่ได้ใช้วิธีค่อยๆ ลดปริมาณการดื่มลงทีละนิด แต่เป็นการตั้งใจหักดิบไม่ดื่มอีกเลย

“เราใช้วิธีหักดิบแบบเลิกดื่มไปเลยไม่ได้ลดปริมาณการดื่มทีละนิด พอตั้งใจว่าจะเลิกก็หยุดดื่มเลย ก็มีอาการอยากดื่มบ้างแบบเปรี้ยวปาก แต่ก็ใช้วิธีหาอย่างอื่นกินแทน เช่น ดื่มชากาแฟ แล้วก็หันมา ออกกำลังกาย ชวนลูกๆ เล่นบ้าง เตะบอลด้วยกันบ้าง”

นับจากวันนั้นคุณบอยเลิกดื่มเหล้าเบียร์ช่วงเข้าพรรษามาได้นานกว่า 2 เดือนแล้ว ตามคำสัญญา ที่ให้ไว้กับลูกชาย และเขายังตั้งใจที่จะเลิกดื่มให้ได้ต่อเนื่องแม้พ้นช่วงเข้าพรรษาไปแล้ว เพราะอยากเป็น ต้นแบบที่ดีให้กับลูกชายได้ทุกเรื่อง ในขณะที่น้องไม้เองก็ดีใจที่คุณพ่อสามารถเลิกดื่มเหล้าเบียร์ได้สำเร็จ

“ดีใจครับ เพราะกลัวตับคุณพ่อจะเป็นสีดำเหมือนตับไก่ที่เห็นในการทดลองที่โรงเรียน กลัวคุณพ่อจะสุขภาพไม่แข็งแรง อยากให้คุณพ่อเลิกดื่มไปตลอดเลย จะได้อยู่กับน้องไม้ไปนานๆ ครับ”

ปัจจุบันคุณบอยเป็นพ่อลูกสาม และตัดสินใจลาออกจากงานประจำมาทำธุรกิจขายไม้สน ออนไลน์ร่วมกับภรรยาได้ 4 ปีแล้ว เพื่อที่จะได้มีเวลาดูแลลูกๆ อย่างเต็มที่ ส่วนวิธีการเลี้ยงดูและ สร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกๆ ห่างไกลอบายมุขในแบบของเขา คือการชี้ให้เห็นถึงผลเสียของการกระทำที่ไม่ดี ในขณะเดียวกันก็ต้องทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูกด้วย

“อย่างเวลาเห็นข่าวคนติดยาเสพติด หรือมีคนแถวชุมชนที่กินเหล้าเยอะจนเมาไม่รู้เรื่อง เราก็จะใช้ เป็นตัวอย่างสอนให้เขาคิดตามว่าถ้าในอนาคตติดยาติดเหล้าหนักๆ ก็จะตกอยู่ในสภาพย่ำแย่ ได้รับโทษ จากการทำตัวไม่ดีแบบนี้ครับ

“และหลังจากที่เราเลิกดื่มเหล้าก็ยิ่งทำให้รู้สึกเลยว่า การเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูก เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะว่าเด็กจะเติบโตขึ้นมาจากการดูพ่อแม่เป็นตัวอย่าง ถ้าเกิดพ่อแม่เป็นแบบไหน ลูกก็มีแนวโน้มที่จะทำตามแบบนั้น”

 สุดท้ายนี้ คุณบอยได้ฝากข้อคิดและชักชวนคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ ที่ยังตัดสินใจเลิกดื่มเหล้าไม่ได้ ให้ลองพยายามกันดูสักครั้ง ไม่ใช่แค่เพื่อตัวเอง แต่เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ลูกด้วย

“สำหรับคุณพ่อคุณแม่คนไหนที่ดื่มเหล้าเยอะๆ ก็อยากให้ลองลดลงมาบ้าง แล้วก็พยายาม ดื่มให้น้อยที่สุดถ้าจำเป็นต้องดื่ม แต่ถ้าเลี่ยงได้ก็ไม่ควรดื่ม เพราะว่าไม่ดีต่อสุขภาพของตัวเราแล้ว ก็จะกลายเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีให้กับลูกด้วยครับ”

เห็นไหมว่าซูเปอร์ฮีโร่ไม่จำเป็นต้องมีพลังวิเศษเสมอไป แค่เลิกดื่มเหล้า คุณก็สามารถเป็นซูเปอร์ พ่อแม่ให้กับลูกๆ ที่คุณรัก เช่นเดียวกับที่คุณพ่อบอยของน้องไม้ได้ทำสำเร็จแล้ว

สำหรับผู้ที่สนใจอยากงดเหล้าแต่ไม่ยังไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรดี

สามารถติดต่อศูนย์ปรึกษาปัญหาสุราทางโทรศัพท์ ที่สายด่วนเลิกเหล้า 1413 สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) หรือเฟซบุ๊กแฟนเพจ 1413 สายด่วนเลิกเหล้า